น้ำมันปลา ประโยชน์สำหรับสร้างกล้ามเนื้อ กินอย่างไรถึงดี

น้ำมันปลา เป็นอาหารเสริมอย่างหนึ่งที่นิยมมากในกลุ่มคนรักสุขภาพโดยเฉพาะในกลุ่มคนเล่นกล้ามหรือผู้ที่ออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อ ในน้ำมันปลามีส่วนช่วยในเรื่องของการเสริมสร้างสิ่งสำคัญที่ร่างกายไม่สามารถสร้างได้ตามธรรมชาติอย่าง โอเมก้า 3 และ 6 ในน้ำมันปลานั้นช่วยในเรื่องการซ่อมแซมกล้ามเนื้อและเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องการลดไขมันละสมในร่างกายมาใช้เป็นพลังงานด้วย ทั้งนี้มีผู้เข้าใจผิดใน น้ำมันปลา และ น้ำมันตับปลา ซึ่งทั้ง 2 อย่างนั้นมีความแตกต่างกัน ในน้ำมันตับปลานั้นมีส่วนผสมโดยการนำเอาน้ำมันจากตับปลาทะเลมาเป็นส่วนประกอบของอาหารเสริม ช่วยในเรื่องของการบำรุงสมอง ลดอาการเหนื่อยล้า ซึ่งเหมาะสำหรับวัยทำงาน ช่วยต้านสารอนุมูลอิสระ

สำหรับน้ำมันปลา สลัดจากส่วนเนื้อ หัว หาง จากปลาทะเล เช่น ปลาแอนโชวี่ ปลาแซลมอน ปลาแมคคอเรล และปลาทูน่า ในน้ำมันปลานั้นมีส่วนประกอบของไขมันไม่อิ่มตัว ประกอบด้วย โอเมก้า 3 และ 6 ที่จำเป็นต่อร่างกาย ในน้ำมันปลานั้นมีส่วนช่วยในเรื่องของการเสริมสร้างกล้ามเนื้อสำหรับผู้ออกกำลังกายซึ่งจะนำไขมันที่สะสมในร่างกายออกมาใช้เป็นพลังงาน ช่วยให้ร่างกายเร่งสังเคราะห์โปรตีนมากขึ้นรวมถึงสามารถฟิ้นฟูกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายได้อย่างดี

แต่ทั้งนั้นในน้ำมันปลาก็มีโทษต่อร่างกายเช่นกันหากทานในปริมาณมากเกินความจำเป็น ซึ่งปกติร่างกายต้องการน้ำมันปลาประมาณ 6 กรัมต่อวัน เช่นน้ำมันปลานั้นจะลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือดทำให้เลือดหยุดไหลช้า และแผลต่างๆอาจหายช้าได้ ดังนั้นควรทานในปริมาณที่เหมาะสม

สมุนไพรชั้นเลิศ นามว่า กระเทียม

กระเทียมจัดเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีเครื่องเทศที่มีประโยชน์และสรรพคุณมากมาย อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในครัวของทุกชาติทุกภาษา ไม่ว่าจะเป็นครัวในเมืองไทย ครัวจีน ครัวฝรั่งหรือครัวญี่ปุ่นก็ตาม มีหมดอย่างแน่นอน  ประโยชน์ของกระเทียมทำให้อาหารของเรานั้นอร่อยอย่างแน่นอน ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด มันเยี่ยมไปเลย เจ้ากระเทียมก็ยังมีสรรพคุณของเขาต้องบอกเลยว่าในเป็นยาสมุนไพรชั้นเลิศและการป้องกันรักษาโรคได้อีกด้วยในหลายๆด้านอย่างไม่น่าเชื่อเลย อีกทั้งคนโบราณยังใช้กระเทียมในการรักษาโรคผิวหนังจำพวกโรคกลากเกลื้อนและประโยชน์ที่เพิ่มเติมคือช่วยรักษาแผลที่เน่าเปื่อยและเป็นหนอง ป้องกันโรคเบาหวาน ช่วยขจัดพิษสารตะกั่วสรรพคุณของกระเทียม ที่น่าสนใจมีดังนี้ 1. ช่วยป้องกันและรักษาโรคความดันโลหิต 2. ช่วยป้องกันโรคมะเร็งและเนื้องอก3. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด 4. ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด 5. บำรุงเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง 6. ช่วยขับลม แก้อาการจุดเสียด 7. ช่วยถ่ายพยาธิ 8. ช่วยป้องกันและรักษาอาการของโรคหวัง 9. ช่วยบำรุงผิวพรรณและป้องกันโรคผิวหนังจากเชื้อรา เช่น กลาก เกลื้อน 10. ช่วยสร้างภูมิต้านทางให้ร่างกายและช่วยป้องกันโรคหัวใจ11. ช่วยรักษาและลดการเกิดสิว 12. ช่วยรักษาอาการเยื่อบุจมูกอักเสบและโรคอื่นๆในโพรงจมูก 13. ช่วยในระบบไหลเวียนโลหิต ให้โลหิตไหลเวียดีขึ้น14. กระเทียมมีสรรพคุณช่วยลดอาการท้องผูก ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น 15. กระเทียมมีประโยชน์ในการลดอาการปวดฟันได้16. สรรพคุณของกระเทียมยังช่วยป้องกันอาการโรคเบาหวานได้ วิธีเลือกซื้อกระเทียม การเลือกซื้อกระเทียมนั้น ง่ายแสนง่ายยนะครับ เลือกกระเทียมที่หัวแน่น กลีบแน่น เปลือกบาง มีเนื้อสีเหลืองอ่อน สด แน่น ไม่ฝ่อและไม่มีเชื้อรา ที่สำคัญถ้าต้องทำอาหารที่ต้องการกลิ่นแรงๆ ต้องเลือกกระเทียมหัวเล็กเท่านั้น เห็นไหมละครับ กระเทียม กลิ่นจะเหม็นที่หลายคนคงไม่ชอบแต่อย่างที่ใด แต่สรรพคุณของกระเทียมทำให้หลายคนต้องอึ้งกันยกใหญ่เลยทีเดียวนะครับ ผมนี่ชอบกินมากนะครับกระเทียมกินกับข้าวขาหมู อร่อยอย่างดีเลยนะครับ

 

ประโยชน์ของผักบุ้ง

ผักบุ้ง เป็นพืชที่เราพบเห็นได้ทั่วไปในเขตร้อน แน่นอนว่าผักชนิดนี้ที่มีคนท้องถิ่นในประเทศต่างๆอย่าง เช่น ไทย เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย และกานา นิยมนำมารับประทานเป็นอาหารกัน แน่นอนว่าผักบุ้งที่พวกเราชอบนิยมนำมาประกอบอาหารมี 3 สายพันธุ์ด้วยกัน คือ ผักบุ้งไทย ผักบุ้งนาและผักบุ้งจีน โดยผักบุ้งไทยมักนิยมปลูกในน้ำเพราะเจริญเติบโตได้ดีกว่าบนบกส่วนผักบุ้งจีนก็จะปลูกในดินเพราะคามความต้องการธาตุอาหารจากในดินมากกว่า ส่วนผักบุ้งจีนที่ขึ้นอยู่บนบก ลำต้นเรียวสวยและใบสีเขียวอ่อน เป็นผักบุ้งที่นิยมปลูกเป็นการค้า แถบในประเทศอินโดนีเซียที่ใช้ทำผักบุ้งลวกราดน้ำยำ ในประเทศมาเลเซียมีผักบุ้งผัดกะปิ พบได้ทางภาคใต้ของไทยด้วยอีกเช่นกัน แน่นอนนิยมใช้ทำผัดผักบุ้งไฟแดงเป็นเมนูโปรดของใครหลายคนเลยทีเดียว  ใส่ในแจ่วฮ้อนก็อร่อยอีกแบบ สุกี้ยากี้ก็แจ่มอีก กินกับหมูกระทะ ลวกใส่ในพระรามลงสรง โอ้วมันเยี่ยมไปเลย  ผักบุ้งไทยหรือผักบุ้งน้ำที่ทุกคนรู้กันมัน เป็นผักบุ้งที่ขึ้นอยู่ในน้ำ ทนน้ำท่วมได้อย่างยอดเยี่ยม ในไทยใช้ทำแกงส้มอร่อยมาก แกงเทโพ ผัดกะปิ ลวกจิ้ม ผักพริกแกง ยำผักบุ้ง ใส่ในเย็นตาโฟ การปลูกผักบุ้งไทยจะเตรียมดินโดยปล่อยให้น้ำแห้ง ไถดินแบบไถนาปลูกข้าว แล้วนำต้นผักบุ้งไปปักไว้เป็นแถวๆ พอเริ่มแตกจะค่อยๆปล่อยน้ำเข้า ผักบุ้งจะโตหนีน้ำขึ้นมา ผักบุ้งนา ลำต้นมีสีแดง ยอดเรียวเล็ก รสฝาด กินกับลาบ น้ำตกและอาหารอีสานอื่นๆ ทำแกงส้มได้เช่นกันประโยชน์ผักบุ้งไทย1. ผักบุ้งไทยนิยมนำมาประกอบอาหาร ได้แก่ ผัดผักบุ้ง ลวกผักบุ้ง ใส่ก๋วยเตี๋ยว เป็นต้น อร่อยจะบอกใครก้ได้เลย  2. ผักบุ้งไทย นิยมเก็บมาเลี้ยงสัตว์หลายชนิด ได้แก่ เลี้ยงกระต่าย เต่า หมู เป็ด ไก่ ห่าน เป็นต้น การเลี้ยงจะใช้วิธีการสับเป็นชิ้นเล็กผสมกับอาหารพวกรำ และข้าวนึ่ง แต่สัตว์ที่กินเฉพาะพืช เช่น เต่า กระต่าย จะให้ทั้งต้น3. ผักบุ้งไทย นิยมใช้เป็นอาหารปลา เช่น บ่อเลี้ยงปลานิล ปลาตะเพียน เป็นต้น รวมถึงใช้ปลูกหรือปล่อยตามบ่อเลี้ยงปลา เพื่อให้เป็นแหล่งพักอาศัยของปลาวัยอ่อน หรือเป็นแหล่งวางไข่สำหรับปลาบางชนิด 4. ใช้สำหรับเป็นพืชพรรณไม้น้ำประดับตู้ปลา 5. ผักบุ้งไทยพันธุ์ก้านแดงมีลำต้นเลื้อยยาว เกษตรกรมักปล่อยให้เลื้อยาวเพื่อคลุมหน้าดินในบางจุด เช่น ริมขอบสระ แต่ในบางครั้ง หากมีการแพร่กระจายมากมักจะมีข้อเสียที่เป็นพืชรุกรานชนิดหนึ่ง พูดได้เลยว่า ผักบุ้งนี้มีประโยชน์ทุกอย่างเลย ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบทานผักมาก โดยเฉพาะผักบุ้งนะครับ

ผักกาดเขียวยอดผักเพื่อทุกคน

 

สวัสดีครับ วันนี้ผมนำเรื่องราวของผักชนิดหนึ่งกับผักที่ผมต้องบอกกับทุกคนเลยว่า เป็นผักที่ผมชอบทานเป็นอย่างมากผักชนิดนี้ทำให้ชีวิตของผมมีชีวิตชีวาขึ้นเยอะเลยทีเดียววันนี้ผมจะเล่าให้ฟังเลยดีกว่านะครับ กับผักชนิดนี้ กับ ผักกาดเขียว (Mustard Greens) มีสารอาหารที่สูงมาก ช่วยบำรุงสายตาให้มีประกายที่แจ่มใส โดยเฉพาะเบต้าแคโรทีนที่จะเปลี่ยนเป็นวิตามินA ให้แก่ร่างกายทำให้ป้องกันโรคตาฟาง (Blurred vision) ตาบอดกลางคืน (Night blindness) หรือต้อตาชนิดต่างๆในผู้สูงอายุได้ดีอีกด้วย  และยังช่วยต้านการเกิดโรคมะเร็ง มีแคลเซียมเสริมสร้างกระดูก วิตามินซีเพิ่มภูมิต้านทาน เส้นใยอาหารที่สามารถป้องกันโลหิตจาง ทั้งยังมีเส้นใยที่มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้ ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของอวัยวะดังกล่าวทำให้ระบบขับถ่ายเป็นไปอย่างปกติ สุขภาพจึงดีตามไปด้วย ผักกาดเขียว (Mustard Greens) อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ดังนี้ Vitamin A | Vitamin B1 (Thiamin) | Vitamin B2 (Riboflavin) | Vitamin C | Vitamin K | Vitamin E | Calcium | Dietary Fiber | Magnein B3 (Niacin) | Vitamin B6 | Vitamin B9 (Folate, Folic Acid) | sium | Manganese | Iron | Potassium | Copper | ผักและผลไม้อาจลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่อไปนี้ต้อกระจกและจอประสาทตาเสื่อม (AMD) ความดันโลหิตสูง มะเร็งบางชนิด งานวิจัยกว่า 200 รายงานให้ข้อสรุปเดียวกันว่า การกินผัก ผลไม้ในปริมาณมากอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งบางชนิดได้ โรคหัวใจบางประเภท การกินผักผลไม้ 30-35 จานเล็กในแต่ละสัปดาห์ (ประมาณวันละ 5 จาน) อาจลดความเสี่ยงของหัวใจวายหรือเส้นเลือดในสมองแตกได้ ผนังลำไส้โป่งพอง บางครั้งทำให้เกิดอาการปวดท้องเมื่อผนังลำไส้ใหญ่โป่งพองเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ เห็นไหมละครับ บอกแล้วว่าการรับประทานผักก็ทำให้เราได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนอย่างแน่นอนครับ สวัสดีครับ

 

ผักกาดขาวมีมากกว่าที่คุณคิด

ผักกาดขาว เป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่สามารถการนำมาใช้ประกอบอาหารได้หลายชนิด บางคนก็ชอบ แต่บางคนกลับไม่ชอบ เอาละ ใครจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม ส่วนตัวแล้วผมเป็นคนที่ชอบกินผักเป็นอย่างมาก เราก็จะนำเสนอสิ่งดีๆ ที่มีอยู่ในผักชนิดนี้มาเล่าให้ฟังกันถึงเรื่องราวของสรรพคุณและประโยชน์ของผักกาดขาว กินก็ยิ่งดี ส่วนคนที่ไม่กิน ไม่แน่นะ ถ้าผมได้เล่าให้ฟังก็อาจจะมาชอบกินก็เป็นไปได้นะครับผม สำหรับคุณสมบัติเด่นของผักกาดขาวคงถูกใจคนที่มีปัญหาท้องผูก หรือมักมีปัญหาเรื่องการขับถ่ายไม่เป็นปกติแน่ๆ เพราะเป็นผักที่มีเส้นใยอาหารสูงมาก จนได้รับการเรียกขานว่าเป็น “เจ้าแห่งเส้นใยอาหาร” นอกจากนี้ยังช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกายไม่ให้สะสมจนส่งผลให้เกิดโรคอย่างโรคมะเร็งลำไส้ได้ หากรู้สึกว่าร่างกายขาดสารอาหารให้กินผักกาดขาวสิ เพราะอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่างๆ ทั้งวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี กรดอะมิโน แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมงกานีส เหล็ก ทองแดง สังกะสี ซิลิกอน โมลิบดีนัม โบรอน กรดนิโคตินิก เป็นต้น นอกจากจะเป็นผักแล้วผักกาดขาวยังจัดเป็นสมุนไพรที่มีคุณค่าต่อคนเรามาก แถมมีวางขายให้เราได้เลือกซื้อมากินกันอยู่ทุกที่ นำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู หรือจะกินแบบสดเป็นผักเคียงกับน้ำพริกหรือส้มตำก็อร่อยไม่แพ้กัน แถมสามารถกินได้ทุกเพศทุกวัยอีกด้วย เห็นไมละ บอกแล้วก็ไม่เชื่อ ผักกาดขาวมีสารอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกายของเราเป็นอย่างมากเลยจริง โดยเฉพาะเด็กๆนะที่ไม่ชอบไม่กิน รวมถึงผู้ใหญ่หลายคนที่ไม่ชอบทานผักละ ระวังนะ โรคภัยกำลังจะมาเยือนท่านอย่างแน่นอนนะครับ

ไข่ต้ม เมนูสุดง่ายให้ประโยชน์เยอะ

   

  ไข่ต้ม อาหารที่แสนทำง่ายดายและไม่ยุ่งยากเพียงแค่คุณมีไข่ไก่ดิบ หม้อต้มน้ำ คุณก็สามารถทำเมนูไข่ต้มได้แล้ว ถือว่าเป็นเมนูยอดฮิตของผู้รักสุขภาพอย่างมากเพราะนอกจากจะช่วยให้อิ่มท้องแล้ว ปริมาณแคลอรี่อย่างน้อยอีกด้วย

ไข่ต้มสุก 1 ใบ ให้พลังงานทั้งหมด 80 แคลอรี่ ซึ่งอดุมไปด้วยโปรตีนและกรดอมิโนที่มีความจำเป็นต่อร่างกายอย่างมาก ซึ่งแหล่งโปรตีนเหล่านี้จะช่วยสกัดกั้นแป้งและน้ำตาลที่ถูกย่อยและดูดซึมเข้าสู่ร่างกายในปริมาณน้อยๆ ส่งผลให้อินซูลินออกมาไม่มากและช่วยให้เกิดไขมันในร่างกายน้อยลงไปด้วย ในส่วนของไข่แดง ประกอบด้วย โปรตีน ไขมัน วิตามินเอ ดี อี เกลือแร่และแร่ธาตุต่างๆได้แก่ฟอสฟอรัส เหล็ก แคลเซียม และมีสังกะสี ไอโอดีน และ ซีลีเนียม สารต้านอนุมูลอิสระ โคลีน วิตามินบีโฟเลต ซึ่งมีคุณค่าเช่นเดียวกับไขมันในปลาแซลมอล หรือ ปลาทะเลนั่นเองโดยเราไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินแพงเพื่อซื้อปลาทะเล ไข่ต้มถือว่าเป็นเมนูทางเลือกที่ง่ายและสะดวกมาก นอกจากนี้ในโปรตีนในไข่ต้มนั้นยังช่วยในเรื่องของเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ขณะออกกำลังกายร่างกายจะนำโปรตีนออกมาซ่อมแซมซึ่ง โปรตีนในไข่ต้มนั้น ดูดซึมเร็วและช่วยในการสร้างกล้ามได้อย่างดี

หากใครที่เบื่อ ไข่ต้มเปล่าๆ นอกจากสามารถ กินไข่ต้มเปล่าๆแล้ว ยังสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลาย เพื่อให้มีคุณค่าทางอาหารยิ่งขึ้น เช่น นำมาใส่กับสลัด นำมายำเป็นยำไข่ต้มก็ได้ หรือแม้แต่นำมาทานร่วมกับน้ำพริกอย่าง น้ำพริกอ๋อง น้ำพริกเผา ก็ได้ หรือ หากไม่มีไข่ไก่ก็สามารถนำไข่เป็ดมาต้มแทนก็ได้ แต่จะได้คุณค่าทางอาหารที่แตกต่างออกไปอีก

มะเขือเทศ รักษาสิวบำรุงผิวหน้า

   

   มะเขือเทศ เป็นผลไม้ที่ทุกบ้านมีติดครัวไว้ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครชอบรสชาติของมัน แต่มะเขือเทศก็สามารถช่วยในเรื่องของผิวพรรณได้เช่นกัน โดยเฉพาะการบำรุงผิวหน้าและลดการเกิดสิว ประโยชน์ของมันมีทั้งบำรุงภายในและภายนอก สรรพคุณมากมายขนาดนี้ เราลองไปดูสรรพคุณของมันเลยว่ามีอะไรบ้าง

มะเขือเทศ เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งลูกกลม มีขนาดแตกต่างกันตามสายพันธุ์ ผิวมีสีแดงสด ภายในมีส่วนประกอบของ ไลโคปิน เป็นสารที่อยู่ในกลุ่มของ แคโนทีนอยด์ ซึ่งมีอยู่ในผลไม้อื่นๆเช่น มะละกอ แตงโม แครอท เป็นต้น

การบำรุงผิวหน้าด้วยมะเขือเทศนั้น มีหลากหลายวิธีเช่น การนำมะเขือเทศต้มจนเปื่อยแล้วนำมาบดให้ละเอียดจากนั้นนำมาพอกหน้าประมาณ 15-20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด อ้างอิงจากข้อมูลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล ได้ระบุไว้ การนำมะเขือเทศมาผ่านความร้อนนั้น จะทำให้ได้สารไลโคปินในมะเขือเทศเพิ่มมากขึ้น

นำมะเขือเทศสดมาพอกหน้า การนำมะเขือเทศมาต้มน้ำอาจดูยุ่งยากและเสียเวลาหากนำมะเขือเทศสดๆมาพอกหน้าก็ทำได้ ง่าย และสะดวก ซึ่งเราจะได้ประโยชน์จาก AHA ในกรดผลไม้ และวิตามินซีแทน หรือ หากไม่มีมะเขือเทศก็สามารถมองหาผลิตภัณฑ์พอกหน้าที่มีส่วนประกอบของมะเขือเทศก็ช่วยได้เช่นกัน

นอกจากมะเขือเทศจะช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวหน้าแล้ว ยังสามารถช่วยในการขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วช่วยให้ผิวเปล่งปลั่ง และยังช่วยในเรื่องของการลดการเกิดสิวได้อีกด้วย ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องใช้ครีมแพงๆ หรือเข้าคลินิกบำรุงผิวก็ได้ แม้จะเห็นผลช้าแต่ก็มีความปลอดภัยในระยะยาว

สิวรักษาง่ายจากวัตถุดิบในครัว

   

  หากพูดถึง สิว คงไม่มีใครอยากเป็นแน่นอนเพราะนอกจากจะทรมานจากการอักเสบแล้วยังทำให้เราไม่มีความมั่นใจ ยิ่งเป็นสิวหัวช้างแล้วล่ะก็…สิว สามารถรักษาให้สิวจางลงและลดการอักเสบได้หลายวิธี ส่วนมากแล้วเราต้องเสียเงินเพื่อซื้อยาลดการอักเสบของสิว เพราะช่วยให้หาเร็วและไม่อักเสบ

หอมแดง สามารถช่วยในเรื่องของสิวได้เช่นกัน ในตัวหอมแดงนั้นมีส่วนประกอบของ มีฟลาโวนอยด์ไกลโคไซด์ ลูโคคินิน  และเพคติน ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่ช่วยเรื่องของ การยับยั้งแบคทีเรีย ลดอาการเป็นหวัดและช่วยในเรื่องของโรคความดันโลหิตสูง ในหอมแดงมีสารที่เป็นน้ำมันระเหยซึ่งสารนี้ช่วยในเรื่องของการขจัดเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุของสิวอักเสบทำให้สิวแห้งเร็วขึ้น แต่มีข้อควรระวังเรื่อง เนื่องจากในหอมแดง มีฤทธิ์เป็นสารระเหยและมีการออกฤทธิ์ที่แรงมาก จึงไม่เหมาะสมแก่ผู้ที่ผิวแพ้ง่าย

วิธีใช้ นำหอมแดงปลอกเปลือก ล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นนำมาหันเป็นแว่นบางๆ แล้วนำมาแปะบริเวณหัวสิวทิ้งไว้แค่ 10 นาที จากนั้นล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด หรือหันหอมแดงแล้วนำน้ำมันระเหยมาแปะที่หัวสิวก็สามารถทำได้เช่นกัน แนะนำก่อนใช้ หอมแดง ควรล้างหน้าให้สะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าก่อน หลังจากใช้หอมแดงแล้วควรทามอยเจอไรเซอร์ชนิด Oil Free หรือ ใช้ว่านหางจระเข้นำวุ้นใสๆมาทาบริเวณสิวหลังจากใช้หอมแดง ควรมั่นทำทุกวันประมาณ 1 สัปดาห์จะช่วยลดรอยสิวและไม่ทำให้ผิวแห้ง การนำหอมแดงมาทาบริเวณสิวนั้น ไม่ควรใช้บริเวณใกล้กับดวงตาและไม่ควรแปะไว้นานเกินไป จะทำให้ผิวไหม้ได้

รู้จักอาหารคลีนในยุคดูแลสุขภาพ

   

   อาหารคลีน คือ อาหารที่เน้นด้านการดูแลสุขภาพ โดยใช้วิตถุดิบ ใช้เน้นธรรมชาติและประโยชน์ต่อร่างกาย อาหารคลีนเหมาะกับทุกคนที่อยากมีสุขภาพดีและอยากลองเปลี่ยนรสชาติอาหารบ้าง อาหารคลีนจะมีรสชาติที่แตกต่างแล้วแต่การปรุงรสของแต่ละคน โดยจะไม่เน้นรสหวาน หรือ รสเค็ม เกินไป

อาหารคลีน คนคิดว่าต้องกินแต่ผัก แต่ความจริงแล้วอาหารคลีนนั้นเป็นการเน้นอาหารให้ครบ 5 หมู่ตามหลักเน้นการปรุงรสชาติให้เหมาะสม ดังนั้นผู้ที่อยากหันมาลองทานอาหารคลีนนั้น ควรเริ่มจากการลองรสชาติของอาหารคลีนอย่าเพิ่งเน้นทานคลีนเพราะจะทำให้เราเบื่ออาหารคลีนเนื่องจากไม่ชินกับรสชาติอาหาร ควรเริ่มจากการแบ่งเป็นมื้อ เช่น มื้อเช้าเป็นอาหารหลักปกติ มื้อกลางวันหรือมื้อเย็นเป็นอาหารคลีน จะให้ไม่เกิดการเบื่ออาหารคลีน

ส่วนประกอบของอาหารคลีนจะเน้นเป็น ผัก เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน จำพวกเนื้อปลา หรือ อกไก่ โดยเฉพาะ ควรระวังเรื่อง ผัก ต้องล้างให้สะอาดเพื่อชำระสารปนเปื้อนจากผักและต้องมีความสด หากทิ้งในตู้เย็นนานๆจะลดคุณค่าทางอาหาร เรื่องของรสชาติก็มีความสำคัญมากโดยเฉพาะเรื่องของน้ำตาล ไม่ควรใส่น้ำตาลมากและไม่ควรเน้นเรื่องของการใส่ผัก มากเกินไป ควรมีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบด้วย เช่น เนื้อปลา และไม่ควรเน้นเรื่องการคำนวณแคลอรี่ควรคำนึงถึงสารอาหารให้ครบ 5 หมู่เป็นหลักจะดีกว่า

นอกจากการทานอาหารคลีนเป็นเรื่องดีแล้ว การออกกำลังกายก็เป็นเรื่องสำคัญควบคู่กันไปเช่นกัน จะทำให้เรามีสุขภาพที่ดีในระยะยาวอีกด้วย

ผลไม้ของคนอยากลดน้ำหนัก อันไหนควรกิน อันไหนควรเลี่ยง

  

   ผลไม้ ถือว่าหลายคนคงชอบรับประทานไม่น้อย โดยเฉพาะสมัยนี้ผลไม้ถือว่าเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับคนที่ชอบดูแลสุขภาพและคุมน้ำหนัก หรือ กำลังลดน้ำหนัก แต่ใช่ว่าผลไม้จะมีประโยชน์เสมอไป ผลไม้บางชนิดก็ส่งผลเสียสำหรับคนอยากลดน้ำหนักเช่นกัน นี้คือผลไม้สำหรับผู้ที่อยากลดน้ำหนัก อันไหนควรเลี่ยง อันไหนรับประทานได้บ้าง

-แอปเปิ้ล เป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคุมอาหารหรืออยากลดน้ำหนัก อันดับหนึ่ง แอปเปิ้ลมีหลากหลายสี ซึ่งแต่ละสีก็มีคุณประโยชน์แตกต่างกัน โดยเฉพาะแอปเปิ้ลเขียวที่มีปริมาณน้ำตาลน้อยที่สุด และนิยมรับประทานมากในหมู่สาวๆที่อยากคุมน้ำหนัก นอกจากนี้แอปเปิ้ล ยังสามารถนำไปประกอบอาหาร เช่น สลัดผลไม้ นอกจากแคลรอรี่น้อยแล้ว ยังทำให้อิ่มนานด้วย

– กล้วยน้ำว้า เป็นผลไม้ที่ให้คุณค่าทางอาหารและช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานที่เหมาะสมต่อวัน นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย กล้วยน้ำว้า 1 ลูกให้วิตามินบี 6 ถึง 30% ของร่างกายที่ได้รับทำให้รู้สึกอิ่มนาน

– อะโวคาโด พูดถึงชื่อแล้วต้องคิดว่ามันทำให้อ้วนแน่ แต่ในความจริงแล้วอโวคาโดนั้นมี ไขมันดี เป็นส่วนประกอบ ช่วยให้อิ่มนานเหมาะแก่ผู้อยากคุมน้ำหนัก ควรทานช่วงเช้า หากใครที่ไม่ชอบทานสดๆ สามารถทานได้กับน้ำสลัดหรือน้ำผึ้งเพื่อลดความเลี้ยนก็ได้ แต่ควรใส่ในปริมาณที่น้อย

– ทุเรียน อันดับหนึ่งของผลไม้ที่ทำให้คนอ้วนมากและไม่เหมาะแก่ผู้ที่อยากคุมน้ำหนักหรือเป็นโรคเบาหวาน เนื่องจากทุเรียนมีส่วนประกอบของน้ำตาลในปริมาณที่มาก ซึ่งทุเรียน 1 พู ให้แคลลอรี่ประมาณ 285 จึงเหมาะแก่ผู้ที่อยากเพิ่มน้ำหนักมากกว่า

– มะพร้าว น้ำมะพร้าวเป็นน้ำบริสุทธิ์ที่มีความหวานของน้ำตาลธรรมชาติ ช่วยให้สดชื่น นอกจากนั้นน้ำมะพร้าวยังช่วยในเรื่องขับพิษจากร่างกายได้อีกด้วย